สืบเนื่องจากแผนการบุกเบิกภาคตะวันตก ทำให้การท่องเที่ยวกว่างซีเติบโตอย่างต่อเนื่อง มีการเปิดด้านการท่องเที่ยว ความร่วมมือในพื้นที่ต่างมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว

อีกทั้งแบนรด์ “ขึ้นเขาลงธารสู่ต่างแดน ณ ผืนดินภาคตะวันตกเฉียงใต้” ก็ได้รับการผลักดันตลอดมา ในช่วงตลอด 10 ปีที่ภาคตะวันตกได้บุกเบิกและพัฒนา ดัชนีวัดด้านการท่องเที่ยวของทุกหน่วยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ถือได้ว่าพัฒนาแบบก้าวกระโดด กลายเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเสาหลักของเขตฯ กว่างซี

ปี 2541 เขตฯ กว่างซีได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว 523,300 คน และอีก 10 ปีต่อมา ในปี 2551 เพิ่มขึ้นไปถึง 2,010,200 คน ซึ่งสร้างรายได้การท่องเที่ยวจาก 156 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพิ่มเป็น 601.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นับถึงปลายปี 2551 เขตฯ กว่างซีมีวิสาหกิจและหน่วยงานที่ดำเนินกิจการด้านการท่องเที่ยว 1,000 กว่าราย ในจำนวนดังกล่าว เป็นบริษัททัวร์ระหว่างประเทศ 84 ราย บริษัททัวร์ภายในประเทศ 313 ราย นับถึงเดือนก.พ. 2552 สถานที่ท่องเที่ยวระดับ 5A มีจำนวน 2 แห่ง / 4A จำนวน 46 แห่ง / 3A จำนวน 43 แห่ง / จุดสาธิตการท่องเที่ยวทางเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมมี 42 แห่ง / เขตพักผ่อนการท่องเที่ยวระดับชาติ 1 แห่ง / เมืองท่องเที่ยวยอดเยี่ยมของจีน 12 เมือง ควบคู่ไปกับการพัฒนาในส่วนของบริษัททัวร์ โรงแรม และสินค้าของที่ระลึกต่างๆ สามารถกล่าวได้ว่า โดยพื้นฐาน “ระบบอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทันสมัย” ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว

10 ปีที่ผ่านมา เขตฯ กว่างซีได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจำนวนมาก เช่น ชุดการแสดง “หลิวซานเจี่ย” (THE IMPRESSION OF LIU SANJIE) น้ำตกข้ามพรมแดนเต๋อเทียน การสร้างเส้นทางท่องเที่ยวข้ามพรมแดน เช่น “เส้นทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศ ชุดตามรอยโฮจิมินห์” “เส้นทางผจญภัยตามแนวชายแดนจีน-เวียดนาม” ฯลฯ และทยอยเปิดเส้นทางบินระหว่างกว่างซีกับประเทศอาเซียนรวมถึงภายในประเทศให้เดินทางถึงกันได้สะดวก มีการจัดกิจกรรม เช่น หน่วยรถประชาสัมพันธ์เยือนกลุ่มประเทศอาเซียนที่สำคัญเมื่อปี 2547 และ 2550 และเยือนมณฑลกวางตุ้งและไต้หวันเมื่อปี 2552 นอกจากนี้ ยังมีการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวตามช่อง CCTV อีกด้วย

ตามแผนการบุกเบิกภาคตะวันตกเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาแนวเศรษฐกิจหนานกุ้ยคุน (นครหนานหนิง นครกุ้ยหยาง และนครคุนหมิง, 南贵昆) ซึ่งเขตฯ กว่างซีได้ร่วมกับมณฑลกุ้ยโจวและยูนนาน สร้างแบรนด์ท่องเที่ยวบริเวณภาคตะวันตกให้เป็น “จุดเชื่อมต่อทะเล ภูเขา” “ดินแดนแห่งวัฒนธรรม” “การท่องเที่ยวภูมิประเทศแบบคาร์สต์” และแบรนด์ ”ขึ้นเขาลงธารสู่ต่างแดน ณ ผืนดินภาคตะวันตกเฉียงใต้”